สำนักข่าวอินเดีย หน้าแตก! ใช้วิดีโอจากเกมส์ Arma 3 อ้างว่า ปากีทิ้งระเบิดอัฟกัน

สำนักข่าวอินเดีย หน้าแตก! ใช้วิดีโอจากเกมส์ Arma 3 อ้างว่า ปากีทิ้งระเบิดอัฟกัน

สำนักข่าวอินเดีย ได้รายงานข่าวกล่าวอ้างว่า ปากีสถานทำการทิ้งระเบิดในพื้นที่อัฟกานิสถาน โดยใช้งานคลิปวิดีโอจากเกมส์จำลองการทหาร Arma 3 เมื่อเร็ว ๆ นี้ ได้มีการรายงานข่าวจากสำนักข่าวในประเทศอินเดีย ว่า กองทัพอากาศปากีสถานได้ทำการทิ้งระเบิดในพื้นที่หุบเขาปันจ์ชีร์ (Panjshir Valley) พื้นที่สุดท้ายที่ต่อต้านการปกครองของรัฐบาลตาลีบัน ที่ครองอำนาจในช่วงที่ผ่านมานี้

แต่ปัญหาของข่าวที่ว่าก็คือ สำนักข่าวอินเดีย ที่ว่านี้ 

ได้ใช้งานคลิปวิดีโอที่กล่าวอ้าง ซึ่งไม่ได้มาจากเหตุการณ์จริง หากแต่มาจากเกมส์จำลองการทหาร (military simulation) ที่ได้รับความนิยมอยู่เรื่อย ๆ นามว่า Arma 3

คลิปวิดีโอที่ว่านี้ได้ถูกรายงานโดยสำนักข่าวต่าง ๆ ในประเทศอินเดีย ไม่ว่าจะเป็น Republic TV, Times Now Navbharat, Zee Hindustan, และ TV9 Bharatvarsh ที่นำคลิปวิดีโอและข่าวดังกล่าวมาจาก เพจเฟซบุ๊ก Hasti TV ที่ในเวลานี้ได้ทำการลบคลิปที่ว่าออกไปแล้ว

แหล่งที่มาจริง ๆ ของคลิปวิดีโอที่ว่านี้ มาจากช่องวิดีโอ Compared Comparison บนแพลตฟอร์ม Youtube โดยในเวลานี้มีผู้รับชมไปมากถึง 23 ล้านรายด้วยกัน ในคลิปดังกล่าวนั้น ได้นำเสนอวิดีโอที่ผู้เล่นได้ทำการประทะกันในรูปแบบต่อต้านอากาศยานจากภาคพื้นดิน (ground-to-air) ระหว่างเครื่องบินกับพาหนะต่อต้านอากาศ

ทางบริษัทผู้พัฒนาเกมส์ Bohemia Interactive ได้ให้สัมภาษณ์ยืนยันว่าคลิปวิดีโอดังกล่าวนั้น มาจากเกมส์ของพวกเขาจริง ๆ และยังได้กล่าวอีกว่า พวกเขานั้นเคยได้รับการติดต่อจากบรรดาองค์กร, บริษัท หน่วยงาน ที่รับผิดชอบตรวจสอบข้อมูล และข้อเท็จจริงต่าง ๆ ในรูปแบบเดียวกันมาแล้วหลายครั้ง

ซึ่งพวกเขายังได้กล่าวเพิ่มเติมอีกว่าวิดีโอดังกล่าว มาจากการตัดต่อวิดีโอที่ต่างกัน 2 วิดีโอเข้าด้วยกัน และทำการลดความคมชัดของวิดีโอลงไป รวมถึงย่อขนาดตัววิดีโอลงไปด้วย โดยพวกเขายืนยันว่าวิดีโอนี้มาจากเกมส์ของพวกเขาแน่นอน

เรื่องราวทั้งหมดนั้น ได้ถูกตีแผ่เป็นครั้งแรกโดย  Boom กลุ่ม/สำนักข่าวอิสระที่ทำการตรวจสอบข้อมูล และข้อเท็จจริงต่าง ๆ ของประเทศอินเดีย

ดาราหนังโป๊ ออกมาเล่า ประสบการณ์สุดแปลกของเธอขณะกำลังถ่ายทำหนังผู้ใหญ่ เธอเผยว่าเธอเคยเจอคู่แสดงของเธอหลับคาซีน

เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม สำนักข่าว เดลี่สตาร์ ได้เผยบทสัมภาษณ์ของ บันนี่ คอลบี ดาราหนังผู้ใหญ่ที่ออกมาเล่าประสบการณ์ของเธอในขณะกำลังถ่ายทำหนังโป๊ประเภท VR และเจอเหตุการณ์แปลกๆขึ้นเมื่อ  ไรอัน ดริลเลอร์ นักแสดงที่คู่กับเธอหลับขณะที่พวกเขากำลังแสดงซีนรักด้วยกัน

โดย คอลบี เล่าว่าเนื้อเรื่องของหนังเรื่องนี้คือเธอเป็นเจ้าของ AirBNB ส่วน ดริลเลอร์ เป็นแขกที่มาพักอาศัยในที่พักของเธอ ซึ่งในระหว่างที่พวกกำลังถ่ายทำ เธอก็ได้ยินเสียงแปลกๆ และเธอก็พบว่าคู่แสดงของเธอนอนหลับและส่งเสียงกรนออกมา

ซึ่งเธอหยุดแสดงและดูว่า ดริลเลอร์ จะตื่นไหม ผลปรากฏว่าเขาไม่ตื่น เลยต้องปลุกเขา เมื่อนักแสดงขี้เซาตื่นขึ้นมา เขาก็บอกว่า เขาเหนื่อยเลยผล็อยหลับไป โดยเขาไม่แสดงอาการเขินแต่อย่างใด ดอลบีพูดอีกว่าถ้าหากดริลเลอร์ไม่กรน พวกเขาคงแสดงนี้เสร็จด้วยกันได้

WHO วอนประเทศใหญ่ซ้ำ หยุดฉีดวัคซีนกระตุ้น

องค์การอนามัยโลก หรือ WHO ได้ออกมาเรียกร้องให้ประเทศใหญ่ หยุดฉีดวัคซีนกระตุ้น อีกครั้ง เพื่อให้ประเทศยากจนได้รับวัคซีนในการป้องกันโควิด

เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม สำนักข่าว ABC รายงานว่า นาย เทดรอส อดานอม เกเบรเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้เรียกร้องให้กลุ่มประเทศร่ำรวยหยุดฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นจนถึงสิ้นปีนี้ เพื่อให้ประเทศที่ยากจนได้รับวัคซีนโควิดไปใช้ในประเทศ

โดยนาย เกเบรเยซุส ระบุว่าเขารู้สึกตกใจเหมือนเขาได้ยินจาก เจ้าหน้าที่ระดับสูงจากบริษัทผู้ผลิตยา ที่ออกมายืนยันว่าวัคซีนมีเพียงพอต่อความต้องการของประชาชนที่ต้องการรับวัคซีนเข็มกระตุ้น และ ประชาชนในประเทศยากจนที่ได้รับวัคซีนเข็ม

ผู้อำนวยการใหญ่ WHO ยืนกรานว่า เขาจะไม่นิ่งเฉยกับประเทศที่มีผู้จัดสรรวัคซีนที่คิดว่าประเทศยากจนควรจะพึงพอใจกับวัคซีนที่เป็นเศษเหลือจากประเทศมหาอำนาจ ซึ่งเขายังได้ชี้อีกว่าผู้ผลิตวัคซีนมักจะให้ความสำคัญกับประเทศใหญ่ที่พร้อมจะทุ่มเงินมหาศาลเพื่อจับจองวัคซีน และทำให้ประเทศยากจนต้องดิ้นรนในการหาอุปกรณ์ป้องกันประชาชน

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ WHO ออกมาเรียกร้องให้หยุดฉีดวัคซีนกระตุ้น เพราะก่อนหน้านี้ นาย เกเบรเยซุส ก็เคยออกมาเรียกร้องแบบเดียวกัน หลังจากที่กลุ่มประเทศใหญ่ ประกาศว่าจะฉีดวัคซีนเข็มสามให้กับประชาชน หลังจากที่โควิดกลายพันธุ์เชื้อสายต่างๆระบาดเพิ่งขึ้นในช่วงที่ผ่านมา

ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก กล่าวว่าในขณะนี้กลุ่มประเทศยากจนมีอัตราการฉีดวัคซีนที่ตามหลังประเทศอื่นๆ พร้อมยกสถิติขึ้นมาว่า ประชาชนในกลุ่มประเทศดังกล่าว จะได้รับวัคซีนเพียง 1.5 โดส ต่อ 100 คนเท่านั้น

Credit : ที่เที่ยวญี่ปุ่น | จัดอันดับต่างๆ | รีวิวของแบรนเนม | วิธีการลงทุนต่า